มารหมดช่องทาง
****
วันเกิดของเราน่ะพอรู้
แต่วันตายนั้นสิจะไม่มีใครรู้ได้เลย ..ว่าจะตายวันไหน ?.ที่ไหน? ตายยังไง?
บางคนตายบนเตียง..บางคนกินเมี่ยงตาย..บางคนตายในห้องน้ำ..บางคนหัวคะมำตาย..บางคนตายไม่มีสาเหตุ..บางคนเสลดติดคอตาย.ฯลฯ
สรุปว่ายังไงเราจะต้องตายแน่..เพราะความตายคือความยุติธรรมที่ทุกคนได้รับเท่าเทียมกัน
สิ่งที่น่าคิดคือ..ชีวิตหลังความตาย..ว่าตายแล้วจะไปไหน?
ไปยังไง? เป็นเรื่องที่น่าจะรับรู้ไว้เพื่อความไม่ประมาท
ดังนั้นช่วงที่มีชีวิตอยู่นี้..เราควรจะมาหาสิ่งดีๆน้อมนำเข้ามาเพื่อที่จะทำไว้ให้กับการที่เราจะต้องตายไปจากโลกนี้..
ทำอะไร???
คือ
การทำอานาปานสติ..เพราะทุกๆคนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันทั้งโลกคือลมหายใจ..ทั้งเข้า
และ ออก
การทำ
อานาปานสติเพียงเราตามรู้ลมหายใจของเราเองก็จะเกิด”สติ”..สติเกิดบุญกุศลเกิด
อกุศลคือตัว กิเลสก็จะไม่เกิด.. เอาเป็นว่าถ้าบุญกุศลเกิดในดวงจิตเรามากๆ
ถึงเวลาที่จะต้องตาย “สุขคติภูมิ”เป็นอันหวังได้แน่นอน
นี่ไง..คือคำตอบที่ว่าตายแล้วไปไหน
พุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า
การทำอานาปานสติมีกุศลมากกว่า สร้างโบสถ์ถึงร้อยหลัง..หรือทำบุญกับหมู่พระสงฆ์ที่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานฯก็ยังได้บุญน้อยกว่าที่เราได้ทำอานาปานสติ
พระองค์ทรงตรัสต่อไปว่า..
เปรียบเหมือนเต่าที่หดหัวและขาทั้งสี่หลบอยู่ในกระดอง
หมาป่าไม่สามารถจะรุกล้ำกล้ำกลายทำร้ายได้
เพราะการเจริญสติหรือทำสมาธิตลอดเวลาก็คือความปลอดภัย
ที่ มารหรือกิเลสไม่มีช่องทางที่จะเข้ามาจู่โจมทำร้ายเราได้เลย
เห็นยังครับเพื่อน
นี่คือผลแห่งการทำ อานาปานสติ อยู่เสมอ..ไม่ได้เสียหายหรือต้องลงทุนซื้อเครื่องมือ
ไม่ว่าจะเป็นคอมฯ หรือ โทรมือถือแพงหรูมาเป็นตัวช่วยแต่อย่างใด
แค่เรียนรู้
กาย-ใจ ตัวเองตลอด..เป็นการฝึกจิต-ฝึกใจให้อยู่กับเนื้อกับตัว ซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะลืมหรือไม่ค่อยจะนึกถึงตัวของเราเอง..ทำได้เพียงแค่นี้ชีวิตนี้ก็รอดปลอดภัยแล้ว
พระองค์ทรงตรัสว่า
“จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้”
และได้ทรงกล่าวไว้กับภิกษุสาวกทั้งหลายว่า..
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
ภิกษุที่เจริญอานาปานสติแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญสติปัฏฐาน 4ให้บริบูรณ์ได้
ภิกษุที่เจริญ สติปัฏฐาน 4 แล้ว ทำให้มากแล้วย่อมบำเพ็ญโพชฌงค์ 7 ให้บริบูรณ์ได้
ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ 7 แล้วทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญวิชชา และ วิมุตติ
ให้บริบูรณ์ได้
-----
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พุทธังสรณังคัจฉามิ
*****
เครดิตภาพจาก
GOOGLE

Blogger Comment
Facebook Comment